LetsWords

บทความ

เตรียม IELTS ด้วยตัวเองที่บ้าน: แผนฝึกทั้ง 4 ทักษะ

แผนเตรียม IELTS ที่บ้าน 8–12 สัปดาห์ แต่ข้อผิดพลาดในเรียงความที่ทำให้เสียคะแนนอาจดูถูกต้องจนมองไม่เห็น จะหาได้อย่างไร? ลองให้ LetsWords ชี้จุดผิดฟรี

เวลาอ่าน คุณเข้าใจ has had a significant impact on ได้ทันที แต่พอเขียนเรียงความกลับใช้ makes a big influence on นี่คือการใช้คำที่รู้จักในกลุ่มคำที่ผิด เฉลยข้อสอบไม่ช่วยชี้จุดนี้ และอ่านทวนก็อาจไม่พบ เพราะตอนเขียนคุณคิดว่าสำนวนนี้ถูก การเตรียม IELTS ที่บ้านจึงต้องมีวิธีตรวจการใช้คำและ Writing จากภายนอกด้วย ใน LetsWords คุณเขียนประโยคหรือคำตอบ แล้วผลตรวจแสดงว่าต้องแก้อะไรและเพราะเหตุใด

เริ่มวันนี้ได้ด้วยการลองตรวจสองแบบ

1. ตรวจการใช้คำในห้านาที โดยไม่ต้องสมัคร เปิดแบบฝึกในหมวด Collocations เช่น have an impact หรือ raise awareness แต่งประโยคเกี่ยวกับหัวข้อเรียงความด้วยกลุ่มคำนั้น แล้วกดตรวจ LetsWords แสดงข้อผิดพลาด ประโยคที่แก้แล้ว และเหตุผล คุณจึงเห็นได้ทันทีว่าใช้สำนวนนั้นถูกจริงหรือเพียงอ่านแล้วรู้ความหมาย

2. ลองตรวจ Writing ก่อนชำระเงิน

ลองผลตรวจ IELTS Writing ใน LetsWords

ตอบคำถามเกี่ยวกับเป้าหมายและระดับ แล้วเลือกเตรียม IELTS จากนั้นลองแบบฝึกทีละเกณฑ์ หรือตรวจคำตอบเต็มตามเกณฑ์ทั้งสี่ คุณจะเห็นส่วนที่ต้องแก้ในงานที่เขียน แทนที่จะมีเพียงเฉลยให้เทียบ ดูตัวอย่างและรูปแบบผลตรวจได้ที่ IELTS Writing ใน LetsWords

ด้านล่างเป็นวิธีหาจุดที่ฉุดคะแนนในทั้งสี่ทักษะ จัดตารางเตรียมสอบ 8–12 สัปดาห์ หรือ 3–4 สัปดาห์เมื่อใกล้สอบ และใช้ผลตรวจให้เกิดการแก้ไขจริงในแผนฝึก

รูปแบบข้อสอบที่ต้องรู้ก่อนจัดตาราง

ทักษะ เวลา เนื้อหา วิธีประเมิน
Listening ประมาณ 30 นาที 4 ส่วน 40 ข้อ เปิดเสียงแต่ละชุดครั้งเดียว มีสำเนียงอังกฤษ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอเมริกาเหนือ ตอบถูกได้ข้อละ 1 คะแนน แล้วแปลงผลรวมเป็น band
Reading 60 นาที 3 ส่วน 40 ข้อ Academic ใช้ข้อความหัวข้อทั่วไปจากหนังสือ วารสาร และหนังสือพิมพ์ รวม 2,150–2,750 คำ ส่วน General Training มีประกาศ เอกสารเกี่ยวกับงาน และบทอ่านยาวหนึ่งเรื่อง คิดจากจำนวนข้อที่ตอบถูกเช่นเดียวกับ Listening
Writing 60 นาที Task 1 อย่างน้อย 150 คำ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที: Academic บรรยายกราฟ ตาราง แผนภูมิ หรือแผนภาพ ส่วน General Training เขียนจดหมาย Task 2 เขียนเรียงความอย่างน้อย 250 คำ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที Task Achievement / Task Response, Coherence and Cohesion, Lexical Resource, Grammatical Range and Accuracy
Speaking 11–14 นาที สนทนากับกรรมการสอบสามส่วน ใน Part 2 มีเวลาเตรียมหนึ่งนาทีและพูดสองนาที Fluency and Coherence, Lexical Resource, Grammatical Range and Accuracy, Pronunciation

รูปแบบและเกณฑ์อ้างอิงคำอธิบายทางการของ Academic และ General Training บน ielts.org ส่วน วิธีคิดคะแนน มีสามเรื่องที่ส่งผลต่อการจัดแผนโดยตรง:

  • Overall band เป็นค่าเฉลี่ยของทั้งสี่ทักษะ ปัดเป็นครึ่ง band ที่ใกล้ที่สุด 6.25 ปัดเป็น 6.5 ส่วน 6.125 ปัดเป็น 6.0 เช่น Listening 6.5, Reading 6.5, Writing 5.5 และ Speaking 6 เฉลี่ยได้ 6.125 จึงได้ overall 6.0 หากยก Writing เป็น 6 เพียงทักษะเดียว overall จะเป็น 6.5 บางครั้งคุณขาดเพียงครึ่ง band ในหนึ่งทักษะ
  • Writing Task 2 มีน้ำหนักสองเท่าของ Task 1 เวลาที่ใช้ปรับเรียงความจึงมีผลต่อคะแนนมากกว่า
  • Listening และ Reading ประมาณจำนวนข้อที่ต้องตอบถูกได้ ตาม ielts.org โดยเฉลี่ย band 7 ใน Listening และ Academic Reading ต้องตอบถูกประมาณ 30 จาก 40 ข้อ ส่วน band 6 ประมาณ 23 ข้อ General Training Reading ใช้ประมาณ 35 และ 30 ข้อตามลำดับ จุดตัดจริงต่างกันตามชุดข้อสอบ

ขั้นที่ 1: หาว่าติดตรงไหนให้ชัด

ทำข้อสอบจำลองภายใต้เงื่อนไขจริง

เริ่ม Writing ใน LetsWords: จับเวลา 40 นาที เขียน Task 2 แล้วรับผลตรวจตามเกณฑ์ทั้งสี่ คุณจะเห็นว่าคำตอบยังขาดด้านใด: ตอบโจทย์ เหตุผล คำศัพท์ หรือไวยากรณ์ จึงไม่ต้องเดาว่าควรเขียนอะไรใหม่ การลองตรวจตอนสมัครทำได้ก่อนชำระเงิน

จากนั้นทดสอบทักษะอื่นภายใต้เงื่อนไขสอบ ใช้ ตัวอย่างข้อสอบ IELTS ทางการ ทำ Listening และ Reading โดยไม่หยุดเวลาและไม่เปิดพจนานุกรม แล้วเทียบกับเฉลย สำหรับ Speaking ให้อัดเสียงด้วยโทรศัพท์ Part 2 ใช้เวลาเตรียมหนึ่งนาทีและพูดสองนาที นำผลมาเทียบกับ Writing เพื่อตัดสินใจว่าจะลงเวลาที่ส่วนใดมากขึ้น

ดูช่องว่างระหว่างผลปัจจุบันกับเป้าหมาย

จดคะแนนแต่ละทักษะและคะแนนเป้าหมาย แล้วดูว่าต้องเพิ่มอีกกี่ครึ่ง band เพื่อให้ค่าเฉลี่ยปัดขึ้นถึงระดับที่ต้องการ ครึ่ง band ในทักษะใดก็ตามเพิ่มค่าเฉลี่ยเท่ากันคือ 0.125 จึงควรลงแรงในจุดที่พัฒนาขั้นนี้ได้ง่ายกว่า หากสถาบันกำหนดคะแนนขั้นต่ำรายทักษะ ให้คำนึงถึงเงื่อนไขนั้นด้วย

ภายในแต่ละทักษะ: แยกตามสาเหตุและเกณฑ์

Listening และ Reading อย่าจดเพียงจำนวนข้อผิด ให้บันทึกสาเหตุของแต่ละข้อด้วย:

สิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่ควรฝึก
ไม่รู้คำ หรือมองไม่ออกว่าคำถามเรียบเรียงใจความจากบทอ่านใหม่ คำศัพท์: กลุ่มคำและการสื่อใจความเดียวกันด้วยคำอื่นจากบทที่ตรวจแล้ว
เข้าใจถูก แต่สะกดผิดหรือเขียนเกินจำนวนคำที่กำหนด ความแม่นยำของคำตอบ: การสะกด รูปคำ และกฎจำนวนคำ
ทำ Reading บทที่สามไม่ทัน จังหวะทำข้อสอบ: จับเวลาประมาณ 20 นาทีต่อบท
ฟังหลุดจนพลาดหลายคำตอบติดกัน อ่านคำถามก่อนเปิดเสียง และข้ามไปข้อต่อไปเมื่อคำตอบที่พลาดผ่านไปแล้ว

Writing และ Speaking ใช้การประเมินตามเกณฑ์ เปิดคำอธิบาย band ทางการของ Writing และ Speaking บางอย่างตรวจได้โดยตรง เช่น จำนวนคำ ตอบโจทย์ครบทุกส่วนหรือไม่ และแบ่งย่อหน้าหรือยัง แต่กลุ่มคำที่ฟังแปลกในงานที่เพิ่งเขียนมักมองออกยาก เพราะคุณเลือกใช้มันด้วยความเข้าใจว่าถูก

ตรงนี้การตรวจจากภายนอกมีประโยชน์ ใน IELTS Writing ของ LetsWords คุณเขียน Task 1 หรือ Task 2 แล้วรับผลตรวจตามเกณฑ์ทั้งสี่ ข้อคิดเห็นชี้ไปที่ข้อความจริงและระบุว่าเกณฑ์ใดยังต้องฝึก วิธีลงมือแก้แต่ละด้านอยู่ในบทความ ฝึกเกณฑ์ Writing ทีละด้าน

ฟังเสียง Speaking ที่อัดไว้พร้อมจดบันทึก ทำเครื่องหมายช่วงที่หยุดกลางประโยคเพื่อนึกคำ คำที่พูดซ้ำ ข้อผิดพลาดไวยากรณ์ที่คุณคงมองเห็นหากเขียน และ Part 2 ที่พูดจบก่อนสองนาที การหยุดคิดไม่ได้เกี่ยวกับความคล่องอย่างเดียว คำอธิบาย Speaking band 7 เชื่อมการลังเลกลางประโยคกับปัญหาในการเรียกภาษาที่เหมาะสมมาใช้ด้วย

ขั้นที่ 2: จัดแผน 8–12 สัปดาห์

สำหรับการเตรียมด้วยตนเอง ลองเริ่มจากสัปดาห์ละ 8–10 ชั่วโมง ตารางตั้งต้นอาจเป็นดังนี้:

ส่วนฝึก เวลาต่อสัปดาห์ สิ่งที่ทำ
คำศัพท์ วันละ 15–20 นาที รวมประมาณ 2 ชั่วโมง เก็บคำจากบทอ่านและเสียงที่ตรวจแล้ว เพิ่มสัปดาห์ละหนึ่งหัวข้อจาก คำศัพท์ IELTS แยกตามหัวข้อ: นึกคำ แต่งประโยคใน LetsWords อ่านผลตรวจ แล้วกลับมาทบทวน
Listening 2 ครั้ง ครั้งละ 45 นาที ทำข้อสอบหนึ่งหรือสองส่วน แล้วฟังซ้ำพร้อมบทถอดเสียง
Reading 2 ครั้ง ครั้งละ 60 นาที อ่านหนึ่งหรือสองบทแบบจับเวลา แล้วตรวจข้อผิดพลาดตามประเภทคำถาม
Writing 2–3 ครั้ง ครั้งละ 45–60 นาที เขียน Task 2 หรือ Task 1 แบบจับเวลาใน LetsWords แก้คำตอบตามผลตรวจ และฝึกเกณฑ์ที่อ่อน
Speaking 3 ครั้ง ครั้งละ 20 นาที อัดคำตอบ Parts 1–3 ฟังย้อนหลัง แล้วฝึกช่วงที่พูดติด

นี่เป็นสัดส่วนเริ่มต้น หลังวัดระดับแล้วให้ย้ายเวลาไปทักษะที่ยังห่างเป้าหมาย หาก Listening อยู่ที่ 7 แล้วแต่ Writing ยัง 5.5 อาจลด Listening เหลือสัปดาห์ละครั้ง แล้วเพิ่ม Writing เป็นสามหรือสี่ครั้ง

สัปดาห์ 1–2 ทำข้อสอบวัดจุดอ่อน ทำความรู้จักคำถามทุกประเภท และเริ่มฝึกศัพท์ทุกวัน เริ่มจากหัวข้อ Task 2 ที่พบบ่อย เช่น การศึกษา, สิ่งแวดล้อม และ เทคโนโลยี สำหรับ Writing ให้เขียน Task 2 หนึ่งชิ้น รับผลตรวจจาก LetsWords แล้วเขียนฉบับแก้ไขอีกครั้ง

สัปดาห์ 3–8 เป็นช่วงฝึกหลัก ให้ทักษะและเกณฑ์ที่อ่อนใช้เวลาส่วนใหญ่ ทุกสองสัปดาห์ทำข้อสอบหนึ่งทักษะเต็มแบบจับเวลาเพื่อติดตามผล เพิ่มศัพท์ในหัวข้อที่ยังพูดหรือเขียนติด: สุขภาพ, งานและอาชีพ, เมืองและที่อยู่อาศัย, รัฐบาลและสังคม, สื่อและโฆษณา และหัวข้ออื่นใน รายการหัวข้อ สำหรับ Writing สลับคำตอบเต็มกับแบบฝึกสั้นในเกณฑ์ที่ยังอ่อน วิธีนำผลตรวจมาใช้ดูได้ใน แก้เรียงความ IELTS หลังได้รับ feedback ส่วนตัวอย่างโจทย์เฉพาะประเภทมีทั้ง opinion essay และ กราฟเส้น Task 1

สองถึงสามสัปดาห์สุดท้าย เปลี่ยนเป็นโหมดสอบ ทำข้อสอบเต็มสัปดาห์ละครั้ง ถ้าเป็นไปได้ให้ตรงกับเวลาสอบจริง ลดเนื้อหาใหม่และเพิ่มการทบทวน เขียน Writing แบบจับเวลาทุกครั้ง

หากมีแปดสัปดาห์ ให้ย่อช่วงฝึกหลัก หากมีสิบสองสัปดาห์ ให้ขยายช่วงฝึกหลัก ไม่ใช่ยืดช่วงจำลองสอบ

หากเหลือเพียง 3–4 สัปดาห์

  • สองวันแรกทำข้อสอบวัดจุดอ่อนหนึ่งชุด
  • คำนวณว่ายังขาดกี่ครึ่ง band จาก overall เป้าหมาย เลือกหนึ่งหรือสองทักษะที่มีโอกาสเพิ่มได้มากที่สุด แล้วให้เวลารวมเกินครึ่งกับส่วนเหล่านั้น
  • หยุดเสียคะแนนจากกติกาที่ป้องกันได้: จำนวนคำใน Listening และ Reading, ขั้นต่ำ 150 และ 250 คำใน Writing และการตอบทุกส่วนของโจทย์ Task 2
  • ฝึก Writing วันเว้นวัน: ทำหนึ่งโจทย์แบบจับเวลาใน LetsWords แล้วแก้ตามผลตรวจ หากคำตอบเต็มใช้เวลามากเกินไป ให้ฝึกข้อความสั้นโดยเน้นเกณฑ์เดียว
  • เรียนคำในหัวข้อที่ใช้กับ Task 2 และ Speaking Part 3 แทนการไล่รายการคำทั่วไปยาว ๆ คำศัพท์ IELTS แยกตามหัวข้อ รวมกลุ่มคำและตัวอย่างไว้ ให้แต่งประโยคด้วยแต่ละกลุ่มคำแล้วส่งตรวจ
  • ทำข้อสอบเต็มสองครั้ง: ปลายสัปดาห์แรกและต้นสัปดาห์สุดท้าย

คำศัพท์เป็นฐานของทั้งสี่ทักษะ

ใน Listening และ Reading คุณต้องรู้จักคำเมื่อพบ คำถามแทบไม่ได้คัดถ้อยคำจากบทอ่านมาเหมือนเดิมทุกคำ แต่สื่อใจความเดียวกันด้วยคำอื่น งานของ Nation (2006) แสดงว่าความเข้าใจภาษาอังกฤษที่อ่านและฟังเกี่ยวข้องกับขนาดคลังคำศัพท์มากเพียงใด ส่วน บทความบนเว็บไซต์ IELTS กล่าวถึงงานของ Milton, Wade และ Hopkins (2010) ที่พบความสัมพันธ์ระหว่างความรู้คำศัพท์กับผลสอบ

Writing และ Speaking ทดสอบการนำมาใช้ เกณฑ์ Lexical Resource พิจารณาว่าใช้คำได้แม่นยำและยืดหยุ่นเพียงใด Writing band 7 ต้องใช้คลังคำที่เอื้อต่อความยืดหยุ่นและความแม่นยำบางส่วน พร้อมแสดงความเข้าใจระดับภาษาและคำที่ใช้ร่วมกัน ส่วน Speaking มีความสามารถในการสื่อใจความเดิมด้วยคำอื่นเพิ่มเข้ามา

ดังนั้นอ่านแล้วรู้ความหมายยังไม่พอ สมมติพบประโยคนี้ใน Reading:

Mass tourism has had a significant impact on local communities.

คุณเข้าใจและตอบคำถามถูก อีกสองสัปดาห์ต่อมาเขียน Task 2 ในหัวข้อเดียวกันว่า:

Tourism makes a big influence on local people.

คุณรู้จัก influence แต่เดาคำกริยาที่ใช้คู่กัน: make ไม่ใช่กริยาที่ใช้ในกลุ่มคำนี้ ภาษาอังกฤษใช้ have an influence on หรือ have an impact on และในประโยคเรียงความนี้ significant สื่อขนาดผลกระทบได้เหมาะกว่า big:

Tourism has a significant impact on local communities.

Reading ไม่เผยข้อผิดพลาดนี้ เพราะคุณเพียงต้องเข้าใจ แต่ใน Writing และ Speaking ต้องเรียกคำจากความจำและจัดเข้ากับกริยาและบุพบทที่ถูก ดูกลุ่มคำสำหรับหัวข้อนี้ได้ที่ คำศัพท์ IELTS เรื่องการท่องเที่ยว

ใช้คำจากสิ่งที่อ่านและฟังอย่างไร

  1. หลังตรวจข้อสอบ เลือก 5–8 สำนวนจากบทอ่านหรือบทถอดเสียง เก็บเป็นกลุ่มคำ เช่น have an impact on, raise awareness แทนการเก็บแต่คำหายากเดี่ยว ๆ และบันทึกประโยคที่พบด้วย
  2. วันถัดไปดูความหมายแล้วนึกสำนวนอังกฤษโดยไม่เปิดเฉลย แต่งประโยคเกี่ยวกับหัวข้อเรียงความหรือ Speaking
  3. ตรวจคำกริยา บุพบท และรูปคำ ข้อผิดพลาดที่พบจากการลองเขียนช่วยระบุได้ตรงจุดว่ายังใช้ส่วนใดไม่ได้ ต่างจากการอ่านคำสิบคำแล้วรู้ความหมายทั้งหมด
  4. กลับมาฝึกสำนวนเดิมโดยเว้นระยะห่างขึ้น การเรียกคำจากความจำซ้ำช่วยให้จดจำได้นาน (Karpicke & Roediger, 2008)

แบบฝึกฟรีที่เจาะข้อผิดพลาดลักษณะนี้มี have an impact, raise awareness, affect กับ effect และ opportunity กับ possibility คำเชื่อมและคำบรรยายกราฟรวมอยู่ใน คำศัพท์ IELTS Writing ส่วนกิจวัตรฝึกคำทั่วไปอ่านได้ที่ วิธีจำศัพท์อังกฤษให้เรียกมาใช้ได้

ขั้นที่สามทำที่บ้านได้ยากที่สุด เพราะไม่มีคนช่วยตรวจประโยค แบบฝึกศัพท์ IELTS ใน LetsWords ทำหน้าที่นี้ คุณเริ่มจากชุด IELTS B1–B2, C1–C2 หรือสำนวนเชิงวิชาการ และเพิ่มคำจากข้อสอบที่ตรวจแล้วลงในชุดคำได้ ตอนทบทวน คุณดูความหมาย นึกสำนวนอังกฤษ แล้วแต่งประโยค LetsWords ชี้ข้อผิดพลาดด้านการใช้คำและไวยากรณ์ เสนอวิธีแก้ พร้อมคำอธิบายโดยคำนึงถึงเป้าหมายสอบ จากนั้นนำสำนวนกลับมาให้ฝึกในครั้งต่อ ๆ ไป

ตัวอย่างหนึ่งรอบฝึก: ตอนทบทวน ระบบแสดงความหมายว่า “ส่งผลต่อบางสิ่ง” ในภาษาแม่ของคุณ คุณนึก have an impact on ได้ แล้วเขียนเรื่องการท่องเที่ยวว่า:

Tourism has big impact to small towns.

ผลตรวจชี้สองจุด: impact ในความหมายนี้ต้องมีคำนำหน้านามเป็น a big impact และใช้บุพบท on ไม่ใช่ to ทุกจุดที่แก้มีคำอธิบายประกอบ และนอกจากแก้ข้อผิดพลาด ระบบยังเสนอรูปประโยคที่เหมาะกับเรียงความ:

Tourism has a significant impact on small towns, both economically and culturally.

อีกหลายวันต่อมา สำนวนนี้กลับมาให้ทบทวน คุณแต่งประโยคใหม่โดยเปลี่ยนไปใช้กับหัวข้ออื่น

แต่ละทักษะต้องทำอะไร และ LetsWords ช่วยตรงไหน

ทักษะ งานที่ฝึกได้ด้วยตนเอง ส่วนที่ LetsWords ช่วย
Listening ทำข้อสอบบางส่วนแบบจับเวลา ฟังซ้ำพร้อมบทถอดเสียง จดกลุ่มคำและคำที่ใช้สื่อใจความเดียวกัน เพิ่มกลุ่มคำจากบทถอดเสียงลงในชุดคำ แล้วฝึกนึก ใช้ และรับผลตรวจ
Reading จับเวลาประมาณ 20 นาทีต่อบท ตรวจข้อผิดพลาดตามประเภทคำถาม นำสำนวนเชิงวิชาการและการเรียบเรียงใจความใหม่มาเก็บและฝึกใช้
Writing เขียนแบบจับเวลา แล้วแก้คำตอบหลังอ่านผลตรวจ โจทย์ Academic และ General Training สำหรับ Task 1 และ Task 2 คำแนะนำรูปแบบงาน แบบฝึกข้อความสั้นทีละเกณฑ์ และผลตรวจคำตอบเต็มทั้งสี่เกณฑ์
Speaking อัดคำตอบ Parts 1–3 ฟังย้อนหลัง และลอง Part 2 ด้วยบัตรโจทย์เดิมอีกครั้ง นำคำที่นึกไม่ออกมาฝึกเรียกจากความจำและใช้ในประโยค

เริ่มจากหัวข้อที่มักนึกคำไม่ออก เปิดหัวข้อนั้นใน คำศัพท์ IELTS แยกตามหัวข้อ แล้วเลือกกลุ่มคำ อย่าหยุดแค่อ่านรายการ ให้ใช้สำนวนหนึ่งในประโยคแล้วส่งตรวจใน LetsWords เมื่อฝึกต่อเนื่อง ระบบนำคำกลับมาให้ทบทวน และผลตรวจช่วยแก้ข้อผิดพลาดก่อนจะปรากฏในคำตอบวันสอบ

เมื่อไรควรปรับแผน

  • ทักษะหนึ่งถึงเป้าหมายในการสอบจำลองสองครั้งติดกัน ลดเป็นการรักษาระดับสัปดาห์ละครั้ง แล้วย้ายเวลาไปส่วนที่ยังอ่อน
  • สาเหตุที่ทำ Listening หรือ Reading ผิดไม่เปลี่ยนตลอดสามสัปดาห์ เปลี่ยนแบบฝึก ไม่ใช่เพียงเพิ่มจำนวนข้อสอบ หากไม่รู้จักคำที่สื่อใจความเดียวกัน ต้องฝึกศัพท์ หากทำไม่ทัน ต้องฝึกบทอ่านแบบจับเวลา หากผิดเพราะจำนวนคำ ต้องฝึกใช้กฎจำนวนคำ
  • ผลตรวจ Writing ชี้เกณฑ์เดิมสามครั้งติดกัน ใช้หนึ่งสัปดาห์ฝึกข้อความสั้นในเกณฑ์นั้นแทนการเขียนเต็มทุกครั้ง แล้วค่อยทดสอบด้วยคำตอบเต็ม
  • Speaking ติดซ้ำในหัวข้อเดิม เพิ่มคำหัวข้อนั้นเข้าไปในการฝึกประจำวัน โดยนึกและใช้ ไม่ใช่อ่านรายการซ้ำ
  • ทำตามแผนหนึ่งเดือนแล้วผลจำลองยังไม่ขยับ กลับไปวิเคราะห์สาเหตุ อาจกำลังฝึกคนละจุดกับปัญหาจริง
  • ทำตามปริมาณงานไม่ไหวสองสัปดาห์ติดกัน ลดแผนให้ตรงกับเวลาที่มี ลดจำนวนแบบฝึก แต่เก็บขั้นตอนตรวจและแก้ข้อผิดพลาดไว้

ตารางฝึกแก้ข้อผิดพลาดที่มองไม่เห็นแทนคุณไม่ได้ ใน LetsWords คุณฝึกใช้คำและเขียน Task 1 หรือ Task 2 แล้วผลตรวจช่วยบอกสิ่งที่ต้องแก้พร้อมเหตุผลก่อนถึงวันสอบ ลองฝึก IELTS พร้อมผลตรวจ เริ่มจากตอบคำถามเกี่ยวกับเป้าหมายและระดับ แล้วลองก่อนชำระเงิน

จัดแผนฝึกให้ฉัน

ฝึกภาษาอังกฤษให้ตรงกับระดับและเป้าหมาย พร้อมคำแก้ไขและคำอธิบายข้อผิดพลาดเป็นภาษาไทย